Skip to content
Home » หยุดจ่ายค่าซ่อมคอมพิวเตอร์จุกจิก เปลี่ยนมาใช้ IT Outsource คุมงบได้

หยุดจ่ายค่าซ่อมคอมพิวเตอร์จุกจิก เปลี่ยนมาใช้ IT Outsource คุมงบได้

IT Hero-IT Support & Solutions- SME- it-outsource-ma-services-guide (1)

     คุณเคยคำนวณไหมว่า ในแต่ละปีบริษัทต้องสูญเสียเวลาและโอกาสทางธุรกิจไปเท่าไหร่กับปัญหาคอมพิวเตอร์ทำงานช้า สัญญาณอินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ขัดข้องในช่วงเวลาสำคัญ?

     สำหรับพนักงานออฟฟิศ ปัญหาเหล่านี้นอกจากจะสร้างความหงุดหงิดแล้ว ยังทำให้งานล่าช้าไม่ทันกำหนด ส่วนในมุมของผู้บริหารและฝ่ายการเงิน ปัญหาไอทียังหมายถึง ‘ค่าใช้จ่ายแฝง’ ที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมด่วนรายครั้ง หรือความเสี่ยงที่ข้อมูลธุรกิจจะสูญหาย

     บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกแนวทางการบริหารจัดการระบบไอทีออฟฟิศยุคใหม่ ที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้องค์กรควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รู้จักกับ IT Outsource & MA โซลูชันดูแลระบบไอทียุคใหม่ที่คุณเคาะงบได้ตั้งแต่ต้นปี

     การบริหารจัดการระบบไอทีในออฟฟิศยุคปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่าการจำกัดอยู่เพียงแค่การจ้างพนักงานไอทีประจำออฟฟิศ หรือการเรียกช่างฟรีแลนซ์เป็นครั้งคราว บริการ IT Outsource และข้อตกลงการบำรุงรักษาแบบรายปี หรือ MA (Maintenance Agreement) จึงกลายเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจทุกขนาดในยุคดิจิทัล

IT Outsource (Maintenance Agreement – MA) คืออะไร?

     IT Outsource หรือบริการ MA คือการส่งมอบหน้าที่ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดในองค์กรให้กับทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก โดยจะมีการทำงานร่วมกันภายใต้ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA – Service Level Agreement) ที่ชัดเจน ทั้งการแก้ไขปัญหาระยะไกล (Remote Support) ที่รวดเร็ว หรือการเดินทางเข้ามายังออฟฟิศ (Onsite Support) เมื่อมีเหตุจำเป็นฉุกเฉิน

กับดักค่าใช้จ่าย “Reactive Break-Fix” (พังแล้วค่อยซ่อม) ทำไมถึงแพงกว่าที่คิด?

     หลายธุรกิจยังคงใช้วิธีการดูแลระบบไอทีแบบ “Reactive Break-Fix” หรือการรอให้อุปกรณ์เสียหายก่อนแล้วจึงเรียกช่างมาซ่อมเป็นครั้งคราว เพราะเข้าใจว่าวิธีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า แต่ในความเป็นจริง วิธีการนี้มีค่าใช้จ่ายแฝงที่สูงมาก และไม่สามารถคาดการณ์งบประมาณล่วงหน้าได้เลย

     เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายปีระหว่างการจ้างพนักงาน IT In-house ประจำ 1 คน กับการใช้บริการ IT Outsource MA รายเดือน

รายการเปรียบเทียบ

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี

ระดับความเชี่ยวชาญ

การสำรองข้อมูลและระบบ

ความต่อเนื่องในการทำงาน

การจ้าง IT In-house ประจำ (1 คน)

360,000 – 580,000 บาท (เงินเดือน, สวัสดิการ, โบนัส และค่าบริหารจัดการ)

จำกัดเฉพาะทักษะส่วนบุคคล (มักดูแลได้เฉพาะงานซ่อมพื้นฐาน)

ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของพนักงานประจำ

มีความเสี่ยงเมื่อพนักงานลาป่วย พักร้อน หรือลาออก

บริการ IT Outsource (MA Package)

42,000 – 78,000 บาท (คำนวณจากแพ็กเกจดูแลออฟฟิศขนาด 15–40 เครื่อง)

ได้ทีมวิศวกรเฉพาะทางครอบคลุมทุกด้าน (System, Network, Cyber Security)

มีระบบและซอฟต์แวร์มาตรฐานระดับองค์กรคอยดูแล

มีทีมงานสแตนด์บายดูแลทดแทนกันได้ตลอดเวลา

เผย “Hidden Costs” 3 ด้านที่คอยดูดเงินบริษัทคุณโดยไม่รู้ตัว

การรอให้ระบบไอทีเสียหายก่อนแล้วค่อยแก้ไข สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสถานะทางการเงินของธุรกิจใน 3 ด้านหลัก ดังนี้

      1. Idle Time Cost (ค่าเสียโอกาสเชิงแรงงาน): เมื่อระบบเครือข่ายล่มหรือคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้ พนักงานจะไม่สามารถปฏิบัติงานได้ แต่บริษัทต้องจ่ายค่าแรงตามปกติ หากพนักงาน 20 คนต้องหยุดทำงานเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเนื่องจากอินเทอร์เน็ตหลุด บริษัทจะสูญเสียชั่วโมงทำงานที่มีมูลค่าไปทันที

      2. Emergency Call Out Fee (ค่าช่างด่วนฉุกเฉิน): การเรียกช่างไอทีฟรีแลนซ์เข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบฉุกเฉิน มักจะมีราคาที่สูงกว่าปกติ 2-3 เท่า และไม่มีการการันตีคุณภาพงานซ่อมหรือระยะเวลาในการเดินทางเข้าหน้างาน

      3. Data Recovery Cost (ค่ากู้คืนข้อมูล): หากระบบจัดเก็บข้อมูลในออฟฟิศ เช่น เซิร์ฟเวอร์หลักหรือเครื่อง NAS โดนภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น Ransomware หรือฮาร์ดดิสก์เสียหายทางกายภาพ ค่าบริการกู้ข้อมูลจากแล็บผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มต้นที่ 30,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาท โดยที่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้ข้อมูลคืนมาครบถ้วนหรือไม่

เจาะลึกเทคโนโลยี Proactive Support ป้องกันก่อนเกิดปัญหา ระบบไม่มีสะดุด

 

     บริการ IT Outsource ยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับสายโทรศัพท์เพื่อแก้ปัญหาเมื่อคอมพิวเตอร์เสีย แต่คือการทำงานในรูปแบบ Proactive Support หรือการป้องกันเชิงรุก โดยการนำซอฟต์แวร์และเครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการระบบ

ระบบ RMM (Remote Monitoring and Management): ผู้ช่วยอัจฉริยะเฝ้าระวัง 24/7

     ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจะติดตั้งซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก (Agent) ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องในออฟฟิศ เพื่อคอยมอนิเตอร์สถานะการทำงานของฮาร์ดแวร์แบบเรียลไทม์ ซอฟต์แวร์จะส่งสัญญาณเตือนมายังทีมช่างทันทีเมื่อพบความผิดปกติ เช่น อุณหภูมิของ CPU สูงเกินไป สุขภาพของ SSD เริ่มเสื่อมสภาพ (ผ่านระบบ S.M.A.R.T. status) หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลใกล้เต็ม ทำให้ทีมงานสามารถแก้ไขปัญหาก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะค้างหรือดับไปในขณะที่พนักงานกำลังทำงานสำคัญ

Patch Management & EDR (Endpoint Detection and Response) ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์

 

ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง บริการไอทีเชิงรุกจะช่วยดูแลใน 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

      • Patch Management ระบบจะทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการ (Windows/macOS) และซอฟต์แวร์ทำงานต่างๆ นอกเวลาทำงานของพนักงานโดยอัตโนมัติ เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยโดยไม่รบกวนเวลาทำงาน

      • EDR (Endpoint Detection and Response) การหันมาใช้ระบบ EDR แทนแอนตี้ไวรัสแบบดั้งเดิม ช่วยให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติของไฟล์และมัลแวร์ได้ทันที หากพบว่ามีโปรแกรมกำลังพยายามเข้ารหัสไฟล์ (ลักษณะของ Ransomware) ระบบจะทำการตัดการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นออกจากระบบเครือข่ายออฟฟิศทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น

มาตรฐานความปลอดภัยข้อมูล: กฎการสำรองข้อมูล “3-2-1-1-0 Backup Rule”

 

     เพื่อรับประกันความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity) ระบบสำรองข้อมูลที่ดีควรดำเนินการตามมาตรฐานสากลดังนี้

      • 3 เก็บข้อมูลสำคัญไว้ทั้งหมด 3 ชุด (ข้อมูลใช้งานจริง 1 ชุด และข้อมูลสำรองอีก 2 ชุด)

      • 2 จัดเก็บข้อมูลสำรองไว้บนอุปกรณ์ 2 ประเภทที่แตกต่างกัน เช่น เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และสำรองลงบน Synology NAS

      • 1  มีข้อมูลสำรองอย่างน้อย 1 ชุดจัดเก็บไว้ภายนอกบริษัท เช่น บน Cloud Storage ที่ปลอดภัย (AWS S3 หรือ Google Cloud)

      • 1  มีข้อมูลสำรองอย่างน้อย 1 ชุดที่เป็น Immutable Backup (ข้อมูลที่เขียนแล้วไม่สามารถแก้ไขหรือลบได้ในช่วงเวลาที่กำหนด) เพื่อป้องกันกรณีที่ระบบหลักโดนแฮกแล้วแฮกเกอร์พยายามลบไฟล์สำรอง

      • 0  มีการตรวจสอบและทดสอบการกู้คืนข้อมูลแบบอัตโนมัติ (Automated Restore Testing) เพื่อรับประกันว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะไม่มีข้อผิดพลาด (0 Error) ในการนำข้อมูลกลับมาใช้งาน

3 ปัญหาไอทียอดฮิตในออฟฟิศ และวิธีแก้ปัญหาระดับโปร (IT Hacks & Tricks)

     สำหรับพนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือฝ่ายธุรการ (GA) ที่ต้องคอยดูแลความเรียบร้อยในออฟฟิศ นี่คือเทคนิคการแก้ปัญหาเบื้องต้นที่คุณสามารถนำไปทดลองใช้งานได้ทันที เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน

ปัญหาที่ 1 คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เปิดโปรแกรมไม่ขึ้น

      • วิธีการตรวจสอบสุขภาพฮาร์ดดิสก์เบื้องต้น: เปิดโปรแกรม Command Prompt (พิมพ์ cmd ในช่องค้นหาของ Windows) คลิกขวาเลือก Run as administrator จากนั้นพิมพ์คำสั่ง wmic diskdrive get status แล้วกด Enter หากระบบแสดงข้อความว่า “OK” แสดงว่าฮาร์ดดิสก์ยังคงทำงานปกติ แต่หากขึ้นข้อความอื่น แนะนำให้รีบสำรองข้อมูลทันทีเพราะฮาร์ดดิสก์มีโอกาสเสียหายสูง

      • วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น: ปิดโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานแต่รันอยู่เบื้องหลัง โดยกดปุ่ม Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager ไปที่แท็บ Startup apps แล้วเลือก Disable โปรแกรมที่มีผลกระทบต่อระบบสูง (High impact) เพื่อให้คอมพิวเตอร์บูตเครื่องและประมวลผลเร็วขึ้น

ปัญหาที่ 2 สัญญาณ Wi-Fi หลุดบ่อย หรืออินเทอร์เน็ตทำงานไม่เสถียร

      • สาเหตุและการตรวจสอบ ปัญหานี้มักเกิดจากสัญญาณช่องความถี่ชนกัน (Channel Overlap) โดยเฉพาะในอาคารสำนักงานที่มีบริษัทอยู่หนาแน่น คุณสามารถใช้แอปพลิเคชัน Wi-Fi Analyzer บนสมาร์ตโฟนเพื่อตรวจสอบช่องสัญญาณ และปรับตั้งค่าใน Router เพื่อย้ายไปใช้งานคลื่นความถี่ 5GHz หรือ 6GHz ที่มีช่องสัญญาณกว้างกว่า

      • วิธีเคลียร์สัญญาณเครือข่ายในเครื่องตนเอง หากระบบเครือข่ายในเครื่องมีปัญหา ให้เปิด Command Prompt แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่อขอรับ IP Address ใหม่และล้างแคช ดังนี้:

ปัญหาที่ 3 สั่งพิมพ์งานไม่ได้ เครื่องพิมพ์ออฟไลน์ตลอดเวลา

      • วิธีแก้ไขปัญหา สาเหตุมักเกิดจากเราเตอร์ทำการจ่าย IP Address ให้เครื่องพิมพ์แบบสุ่มใหม่ทุกครั้งที่มีการเปิด-ปิดเครื่อง (Dynamic IP) ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์หาเครื่องพิมพ์ไม่เจอ วิธีการแก้ไขระยะยาวคือการเข้าไปตั้งค่าที่ตัวเครื่องพิมพ์หรือเราเตอร์เพื่อทำ IP Reservation (Static IP) ล็อกไอพีของเครื่องพิมพ์ไว้ให้อยู่ในตำแหน่งเดิมเสมอ พนักงานในออฟฟิศก็จะสามารถสั่งพิมพ์งานได้ตลอดเวลาโดยไม่มีปัญหาสัญญาณหลุด

กรณีศึกษาจริง ผลลัพธ์จากการปรับปรุงระบบไอทีแบบ Proactive

     สำหรับพนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือฝ่ายธุรการ (GA) ที่ต้องคอยดูแลความเรียบร้อยในออฟฟิศ นี่คือเทคนิคการแก้ปัญหาเบื้องต้นที่คุณสามารถนำไปทดลองใช้งานได้ทันที เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน

กรณีศึกษาที่ 1  บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม (พนักงาน 25 คน) กับปัญหาข้อมูลสูญหาย

     ก่อนรับบริการ บริษัทไม่มีพนักงานไอทีประจำออฟฟิศ และใช้วิธีเรียกช่างภายนอกแบบรายครั้ง ต่อมาถูกแฮกเกอร์โจมตีด้วยไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ทำให้ไฟล์งาน AutoCAD ทั้งหมดถูกล็อกรหัส ช่างฟรีแลนซ์ไม่สามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้ ส่งผลให้งานของลูกค้าสูญหายไปกว่า 80% และต้องจ่ายค่าช่างไปหลายหมื่นบาทโดยที่ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลกลับมาได้

     หลังรับบริการ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปวางระบบสำรองข้อมูลตามกฎ 3-2-1-1-0 ด้วยเครื่อง NAS และ Cloud Storage พร้อมติดตั้งระบบป้องกันภัยคุกคามประเภท Next-Gen Firewall และซอฟต์แวร์ EDR บนคอมพิวเตอร์พนักงานทุกเครื่อง ปัจจุบันบริษัทจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนคงที่ คุมงบประมาณได้ชัดเจน และเมื่อเกิดกรณีพนักงานเผลอกดอีเมลสแปม ระบบ EDR ก็จะทำหน้าที่กักกันไวรัสและจำกัดผลกระทบได้ทันทีในเวลาไม่กี่วินาที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนกลางของบริษัท

กรณีศึกษาที่ 2 สำนักงานบัญชี (พนักงาน 45 คน) ระบบล่มในช่วงเวลาสำคัญ

     ก่อนรับบริการ มีพนักงานไอทีประจำออฟฟิศเพียง 1 คน ซึ่งในช่วงปิดงบการเงิน คอมพิวเตอร์ของพนักงานฝ่ายบัญชีมีปัญหาพร้อมๆ กันหลายเครื่อง ส่งผลให้ไอทีประจำเคลียร์คิวงานไม่ทัน พนักงานไม่สามารถส่งงบการเงินได้ตามกรอบเวลา และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของบริษัท

     หลังรับบริการ บริษัทเปลี่ยนมาใช้ระบบดูแลแบบ Hybrid โดยมีทีม Remote Helpdesk คอยช่วยแก้ปัญหาทั่วไปผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ และมีวิศวกรไอทีเข้าไปตรวจเช็กอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เชิงรุก ณ สำนักงานทุกเดือน มีการจัดลำดับความสำคัญของอินเทอร์เน็ต (QoS) ให้กับโปรแกรมบัญชีก่อน ปัจจุบัน พนักงานสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น อัตราเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับระบบไอทีลดลงถึง 92% และฝ่ายบริหารสามารถวางแผนงบประมาณไอทีได้เป็นรายปีอย่างแม่นยำ

สถิติและงานวิจัยชี้ชัด ป้องกันก่อนพัง คุ้มค่ากว่าในทุกมิติ

     จากรายงานวิจัยเชิงสถิติโดยสถาบัน ITIC (Information Technology Intelligence Consulting) ระบุว่า มูลค่าความสูญเสียเฉลี่ยเมื่อระบบไอทีหรือเซิร์ฟเวอร์หลักเกิดการขัดข้อง (Downtime) สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง อยู่ที่ประมาณ $5,600 ถึง $9,000 ต่อนาที (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 190,000 – 300,000 บาท) ซึ่งตัวเลขนี้คำนวณมาจากค่าจ้างเฉลี่ยของพนักงานที่สูญเสียไปโดยไม่ได้ผลงาน โอกาสในการปิดการขายกับลูกค้า และต้นทุนในการกู้คืนระบบให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ

     ดังนั้นการมีพันธมิตรที่คอยมอนิเตอร์และดูแลระบบไอทีในออฟฟิศแบบป้องกันเชิงรุก จึงไม่ใช่งบประมาณที่ฟุ่มเฟือย แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ และเปลี่ยนค่าใช้จ่ายจุกจิกให้กลายเป็นงบประมาณรายเดือนคงที่ เพื่อให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายการเงินสามารถควบคุมต้นทุนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ให้เราดูแลระบบไอทีของคุณ ควบคุมต้นทุนได้ 100% พร้อมการดูแลระดับมืออาชีพ

     หากองค์กรของคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล พนักงานต้องเสียเวลาการทำงานไปกับปัญหาคอมพิวเตอร์ค้าง เน็ตหลุด หรือคุณกำลังปวดหัวกับงบประมาณซ่อมแซมด้านไอทีที่บานปลายในแต่ละเดือน

     ทีมงานของเรา พร้อมเข้าไปเป็นผู้ช่วยดูแลระบบไอทีและเซิร์ฟเวอร์ในออฟฟิศของคุณแบบครบวงจร ด้วยบริการ IT Outsource และแพ็กเกจ MA รายเดือนที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ SME โดยเฉพาะ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญจะได้รับการปกป้องด้วยมาตรฐานระดับสากล และมีทีมวิศวกรไอทีคอยดูแลระบบเครือข่ายให้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพตลอดเวลา

พิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการในเดือนนี้

     เราขอมอบสิทธิ์ บริการตรวจสุขภาพระบบไอที (IT Infrastructure Audit) 30 จุดสำคัญ มูลค่า 5,000 บาท ฟรี! โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ซึ่งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเราจะเข้าไปตรวจสอบระบบสำคัญให้คุณถึงสถานที่:

      1. Network Scan: ตรวจสอบความปลอดภัยและช่องโหว่ของสัญญาณ Wi-Fi และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

      2. Server & Storage Check: ประเมินเสถียรภาพและสุขภาพของเซิร์ฟเวอร์หลักและอุปกรณ์เก็บข้อมูล (NAS)

      3. Backup Integrity Test: ทดสอบระบบสำรองข้อมูลว่ามีความพร้อมและสามารถกู้คืนได้จริงเมื่อเกิดวิกฤต

      4. Hardware Lifecycle Report: ตรวจสภาพอายุการใช้งานคอมพิวเตอร์พนักงาน เพื่อช่วยวางแผนงบประมาณล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     อย่ารอให้ระบบล่มจนสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจของคุณ เปลี่ยนมาใช้วิธีการดูแลเชิงรุกเพื่อการทำงานที่ราบรื่นและควบคุมงบประมาณได้แบบ 100% ตั้งแต่วันนี้

สนใจใช้บริการ IT Support Outsource ให้เรา IT-Hero เป็น 1 ในทางเลือกของคุณ แอดไลน์ @ithero เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลยครับ

#ithero #itsupport #itsolution #ไอทีฮีโร่ #ไอทีซัพพอร์ท #วางระบบไอที #แก้ไขปัญหาไอที  #อัพเดทไอที #อัพเดทซอฟต์แวร์ #บริการไอทีซัพพอร์ท #itservices

มีปัญหาไอที นึกถึง IT-Hero

เราคือผู้ให้บริการดูแลและแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ IT Support & MA ซึ่งเราคือตัวกลางที่จะช่วย SMEs แก้ไขปัญหาด้านไอทีแบบครบวงจร และช่วยปรับธุรกิจของคุณให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลด้วยบริการด้านไอที

ครบ จบ ทุกโซลูชั่น

  • วิเคราะห์พร้อมออกแบบระบบให้เหมาะกับธุรกิจคุณ
  • ดูแลแก้ไขปัญหาและจำหน่ายทั้ง Hardware, Software
  • ออกแบบติดตั้งระบบสายนำสัญญาณเครือข่าย Network
  • ออกแบบ Website, Application
  • ระบบ Cloud Solution
  • ระบบ ERP Implement

ติดต่องานบริการทางด้านไอที ได้ที่
Email : bds@goconnext.com
Tel. :  02-573–7646
Line OA :  @ithero

#เปลี่ยนเรื่องไอทีปวดหัวให้เป็นเรื่องของเรา

ithero-itsolution-qr-code

ติดตามเราทาง Social Media ได้ที่:

#ithero #itsupport #itsolution #ดูแลระบบไอที#ไอทีฮีโร่ #ไอทีซัพพอร์ท #วางระบบไอที #แก้ไขปัญหาไอที  #อัพเดทไอที #อัพเดทซอฟต์แวร์ #บริการไอทีซัพพอร์ท #itservices #อัพเดทความปลอดภัย #ไมโครซอฟต์ #security policy #microsoft entra id #ความปลอดภัย