Skip to content
Home » จ่ายเดือนละ 20,000 ไปทำไม? เมื่อ IT Support แค่ 3,500 บาท

จ่ายเดือนละ 20,000 ไปทำไม? เมื่อ IT Support แค่ 3,500 บาท

IT Hero-IT Support & Solutions- SME- fractional-it-support-remote-monitoring-guide (1)

     เคยไหม? พนักงานกำลังจะส่งงานให้ลูกค้าตามกำหนด แต่คอมพิวเตอร์เกิดค้าง ดึงไฟล์ไม่ได้ หรืออินเทอร์เน็ตในออฟฟิศใช้งานไม่ได้กะทันหัน กว่าจะรอให้พนักงานไอทีประจำเข้ามาดูเวลาก็ผ่านไปครึ่งวัน หรือในมุมของผู้บริหารที่ต้องจ่ายเงินเดือนไอทีหลักสองหมื่นบาททุกเดือน แต่กลับพบว่าระบบไอทียังคงมีปัญหาจุกจิกไม่เว้นแต่ละวัน

     บทความนี้จะชวนคุณมาวิเคราะห์ต้นทุนแฝงของการจ้าง IT In-house และทำความรู้จักกับทางเลือกใหม่อย่าง Fractional IT Support ในงบเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท/เดือน ที่จะช่วยให้ระบบไอทีในองค์กรของคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องและควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยุคใหม่ของไอทีออฟฟิศ ทำความรู้จัก Fractional IT Support และระบบ Remote Monitoring

     ระบบการทำงานในออฟฟิศปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รูปแบบการจัดเก็บเอกสารและระบบหลังบ้านย้ายไปอยู่บนระบบคลาวด์เกือบทั้งหมด ทำให้กระบวนการดูแลรักษาและแก้ไขปัญหาไอทีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเดินมาลงโปรแกรมใหม่ที่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

ทำไมยุคนี้ IT Generalist ถึงเริ่มทำงานไม่ได้ผล?

     พนักงานไอทีประจำออฟฟิศทั่วไป หรือ IT Generalist มักจะได้รับการคาดหวังให้แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การต่อสายอินเทอร์เน็ต ซ่อมเครื่องปริ้นเตอร์ ไปจนถึงการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์และความปลอดภัยทางไซเบอร์

     ทว่าความจริงแล้ว ระบบซอฟต์แวร์ที่เราใช้งานกันในปัจจุบัน เช่น Microsoft 365, Google Workspace รวมถึงแอปพลิเคชันจัดการงานเฉพาะทาง มีความซับซ้อนเกินกว่าที่คนเพียงคนเดียวจะเชี่ยวชาญได้ครบทุกด้าน การพึ่งพาเจ้าหน้าที่ไอทีทั่วไปเพียงคนเดียว จึงมักนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแบบชั่วคราวที่ไม่สามารถป้องกันปัญหาเดิมซ้ำซากได้

Fractional IT Support คืออะไร? นวัตกรรมการ ‘แบ่งเช่าทรัพยากรไอที’

     Fractional IT Support คือ รูปแบบการให้บริการไอทีที่ให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ โดยจ่ายค่าบริการตามสัดส่วนการใช้งานจริง แทนการจ้างพนักงานประจำในอัตราเงินเดือนเต็มเวลา

     โมเดลนี้ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ได้รับการดูแลระบบโดยทีมงานที่มีทักษะหลากหลาย ตั้งแต่ช่างเทคนิคที่คอยแก้ปัญหาหน้างานทั่วไป ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญระบบเน็ตเวิร์กขั้นสูง ในงบประมาณที่เข้าถึงได้และสอดคล้องกับขนาดขององค์กร

แก้ปัญหาทันใจด้วยระบบ RMM และ PSA

     ผู้ให้บริการ IT Outsource ยุคใหม่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการระบบของลูกค้า เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ โดยมีเครื่องมือหลัก 2 ตัว ได้แก่:

      • RMM (Remote Monitoring and Management): ระบบตรวจติดตามความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกล ช่วยให้วิศวกรไอทีตรวจพบความผิดปกติของระบบ เช่น พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ใกล้เต็ม หรือตรวจพบมัลแวร์ ก่อนที่พนักงานจะรู้ตัวและส่งผลกระทบต่อการทำงาน
      • PSA (Professional Services Automation): ระบบบริหารจัดการตั๋วงาน (Ticketing System) ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ติดตามสถานะการแก้ไขงาน และประเมินความเร็วในการให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกปัญหาได้รับการจัดการตามเวลาที่กำหนด

ตีแผ่ “ต้นทุนแฝง” (Hidden Costs) ของการจ้าง IT In-house ที่ผู้บริหารมักมองข้าม

     การคำนวณงบประมาณสำหรับการจ้างพนักงานไอทีประจำออฟฟิศ 1 คน เจ้าของธุรกิจและผู้จัดการฝ่ายการเงินมักประเมินจากอัตราเงินเดือนเป็นหลัก แต่อันที่จริงแล้ว ยังมีต้นทุนทางตรงและต้นทุนแฝงอื่นๆ ที่ต้องจ่ายรายปีดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจริงรายปี: IT In-house vs IT Outsource 3,500 บาท

รายการค่าใช้จ่าย (ต่อปี)

1. ค่าจ้าง / ค่าบริการหลัก

2. โบนัสประจำปี (เฉลี่ย 1 เดือน)

3. สวัสดิการและประกันสังคม (5%)

4. ค่าอุปกรณ์ทำงานคอมพิวเตอร์ประจำตัว

5. ซอฟต์แวร์และเครื่องมือทำงาน

6. ค่าฝึกอบรมและเพิ่มพูนทักษะ

7. ต้นทุนจากการลาออกและการจัดหาพนักงาน

รวมค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี

ส่วนต่างต้นทุนที่ประหยัดได้

จ้าง IT In-house
(พนักงานประจำ 1 คน)

264,000 บาท
(ฐานเงินเดือนเฉลี่ย 22,000 บ.)

22,000 บาท

13,200 บาท (สมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน)

35,000 บาท (โน้ตบุ๊กสเปกทำงานด้านไอทีและอุปกรณ์เสริม)

12,000 บาท (ค่าซอฟต์แวร์สนับสนุนและจัดการระบบระยะไกล)

10,000 บาท (ค่าหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อปรับปรุงทักษะใหม่ๆ)

15,000 บาท (ค่าลงประกาศงาน เสียเวลาสัมภาษณ์และเทรนงาน)

371,200 บาท

บริการ IT Outsource
(แพ็กเกจเริ่มต้น 3,500 บ./เดือน)

42,000 บาท (3,500 บาท x 12 เดือน)

ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ (ผู้ให้บริการจัดเตรียมเอง)

รวมอยู่ในค่าบริการรายเดือนเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

42,000 บาท

ประหยัดได้ถึง 329,200 บาท/ปี
(คิดเป็น 88%)

ส่วนต่าง 329,200 บาท/ปี เม็ดเงินที่สามารถนำไปหมุนเวียนต่อยอดธุรกิจ

     จากการคำนวณข้างต้น จะเห็นได้ว่าส่วนต่างค่าใช้จ่ายระหว่างสองทางเลือกนี้สูงถึง 329,200 บาทต่อปี ซึ่งหมายความว่า งบประมาณที่ต้องใช้ในการจ้างพนักงานไอทีประจำ 1 คนในระยะเวลาเพียง 1 ปี สามารถนำมาจ่ายเป็นค่าบริการ IT Outsource ในแพ็กเกจเริ่มต้นได้ยาวนานถึง 8 ปี กับอีก 10 เดือน

     นี่คือเม็ดเงินที่หมุนเวียนกลับคืนสู่บริษัท เพื่อนำไปใช้ในการทำการตลาด ขยายธุรกิจ หรือเพิ่มกระแสเงินสดสำรองได้ทันที

3 ปัญหาคลาสสิกของ IT In-house ที่แก้ไม่ตก

     นอกจากเรื่องต้นทุนทางการเงินแล้ว การบริหารจัดการพนักงานไอทีประจำยังมีประเด็นที่เป็นข้อจำกัดในการทำงานจริง ดังนี้:

      1. ปริมาณงานที่ไม่สม่ำเสมอ ในบางช่วงเวลาของเดือน เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอาจทำงานได้ปกติ ไม่มีปัญหาขัดข้อง ทำให้พนักงานไอทีประจำไม่มีงานที่ต้องดำเนินการ แต่บริษัทก็ยังคงต้องแบกรับต้นทุนเงินเดือนเต็มจำนวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
      2. อัตราการเปลี่ยนงานสูง (High Turnover Rate) สายงานไอทีเป็นสายงานที่มีความต้องการตัวสูงในตลาด พนักงานไอทีประจำออฟฟิศขนาดเล็กมักลาออกบ่อยเพื่อย้ายไปสู่องค์กรขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดปัญหาระบบหยุดชะงัก ข้อมูลการตั้งค่าระบบและรหัสผ่านต่างๆ สูญหายหรือไม่ได้รับการส่งมอบอย่างครบถ้วน
      3. ความเชี่ยวชาญที่มีจำกัด หากองค์กรเผชิญกับปัญหาระบบขั้นรุนแรง เช่น การโจมตีของไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) หรือระบบเครือข่ายขัดข้องระดับซับซ้อน พนักงานไอทีประจำเพียงคนเดียวอาจไม่มีทักษะหรือประสบการณ์เพียงพอในการแก้ไขปัญหา ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากภายนอกเข้ามาจัดการอีกต่อหนึ่ง

คัมภีร์ลัด (IT Life Hacks) ลดต้นทุนและจัดการระบบไอทีสำหรับผู้บริหาร

     หากคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องการควบคุมงบประมาณด้านไอทีให้อยู่หมัดและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือแนวทางปฏิบัติที่สามารถทำได้จริง:

กฎเหล็ก 1:10 (One-to-Ten Checklist) สำหรับประเมินความจำเป็น

มีเกณฑ์ง่ายๆ ในการประเมินความจำเป็นในการจ้างพนักงานไอทีประจำออฟฟิศดังนี้:

      • หากออฟฟิศของคุณมีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งาน น้อยกว่า 30 เครื่อง และไม่มีการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ภายในสำนักงาน ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานไอทีประจำ เนื่องจากการใช้บริการ IT Support รายเดือนที่คอยตรวจสอบระบบจากระยะไกล มีความคุ้มค่าและตอบโจทย์การทำงานได้รวดเร็วเพียงพอ

แนะนำเครื่องมือช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น (Remote Access Tools)

เพื่อให้พนักงานในออฟฟิศสามารถขอความช่วยเหลือจากทีมไอทีภายนอกได้ทันที ควรติดตั้งซอฟต์แวร์สนับสนุนระยะไกล เช่น RustDesk หรือใช้เครื่องมือที่มาพร้อมกับ Windows เช่น Quick Assist เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญรีโมทเข้ามาช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาหน้าจอได้ภายใน 5 นาที โดยไม่ต้องเสียเวลารอให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง

การปรับตัวสู่ Cloud-Native Storage ลดงานดูแลฮาร์ดแวร์ไป 80%

การย้ายระบบจัดเก็บไฟล์เอกสารจากตู้เซิร์ฟเวอร์แบบเดิม (File Server / NAS) ไปใช้งานระบบคลาวด์มาตรฐาน เช่น OneDrive หรือ Google Drive จะช่วยลดปัญหาฮาร์ดแวร์ชำรุดเสียหาย รวมถึงช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ลงได้มากกว่า 80% พนักงานทุกคนสามารถเปิดไฟล์ทำงานร่วมกันได้จากทุกสถานที่อย่างปลอดภัย

Case Study : บริษัท เอสเอ็มอี

     บริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าที่มีพนักงานทำงานในสำนักงาน 15 คน เดิมทีว่าจ้างพนักงานไอทีจบใหม่เพื่อดูแลระบบเครือข่ายและอีเมลในออฟฟิศ อัตราเงินเดือน 20,000 บาท

     ต่อมาพนักงานไอทีคนดังกล่าวลาออกอย่างกะทันหันโดยไม่ได้ส่งมอบรหัสผ่านระบบอีเมลหลักและระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ทำให้บริษัทเข้าใช้งานระบบไม่ได้ และกระบวนการจัดส่งสินค้าล่าช้าไป 3 วันเต็ม คิดเป็นความเสียหายรวมกว่า 50,000 บาท

     หลังจากเผชิญปัญหานั้น ผู้บริหารตัดสินใจไม่รับสมัครพนักงานไอทีประจำรายใหม่ แต่เปลี่ยนมาเลือกใช้บริการ IT Support Outsource ในแพ็กเกจเริ่มต้น 3,500 บาท/เดือน

     ผลลัพธ์คือ ทีม Outsource ได้เข้ามารวบรวมข้อมูล จัดระเบียบรหัสผ่านทั้งหมดไว้ในระบบส่วนกลางที่ปลอดภัย ทำการปรับปรุงระบบอีเมลให้ทำงานร่วมกับระบบคลาวด์ และคอยตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องพนักงานทุกเดือนผ่านระบบรีโมท นอกจากระบบจะเสถียรขึ้นแล้ว บริษัทยังสามารถประหยัดงบประมาณไปได้ถึง 198,000 บาทในรอบปีแรก

สถิติระดับโลกชี้ชัด ทำไม IT Outsource จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

     การใช้บริการผู้เชี่ยวชาญภายนอกไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นแนวทางมาตรฐานในการลดความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยข้อมูลและสถิติอ้างอิงระดับสากล:

ค่าเสียหายจาก IT Downtime ทุกนาทีที่ระบบล่มคือเงินที่หายไป

     ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจขนาดเล็กแห่งสหรัฐอเมริกา (SBA) ระบุว่า ปัญหาระบบไอทีขัดข้องจนส่งผลให้พนักงานไม่สามารถทำงานได้ (IT Downtime) สร้างความเสียหายต่อรายได้ของธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 5,600 บาทต่อนาที ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของธุรกิจ การมีทีมสนับสนุนที่พร้อมเข้าจัดการปัญหาได้ทันท่วงทีจึงช่วยอุดรอยรั่วของรายได้ได้ดีที่สุด

การป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับ SMEs ในราคาประหยัด

     รายงานจาก Cybersecurity Ventures ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์มากกว่า 80% พุ่งเป้าไปที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้มักไม่มีนโยบายการอัปเดตระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้บริการ IT Outsource จะทำให้ธุรกิจของคุณได้รับการปกป้องและอัปเดตระบบด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่

บทวิเคราะห์จาก CompTIA IT Outsource ช่วยลดค่าใช้จ่ายไอทีได้สูงสุดถึง 40%

     องค์กรวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลกอย่าง CompTIA ได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ว่า ธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการระบบไอทีมาใช้บริการแบบภายนอก (Managed IT Services) สามารถลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านไอทีโดยรวมขององค์กรลงได้ตั้งแต่ 25% ถึง 40% พร้อมทั้งช่วยยกระดับความเร็วในการทำงานของพนักงานให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เปลี่ยนงบประมาณไอทีให้คุ้มค่าและควบคุมได้จริงกับบริการของเรา

     การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแบกรับค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ที่สูงเกินความจำเป็น การเลือกจัดการระบบไอทีของคุณให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ สามารถทำได้ง่ายและประหยัดกว่าที่คุณคิด

     หากบริษัทของคุณกำลังมองหาทางเลือกในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่าย และความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ได้มาตรฐาน โดยไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาการจัดหาพนักงานไอทีและการลาออกบ่อย บริการ IT Support Outsource ของเราพร้อมส่งมอบการดูแลระดับมืออาชีพให้คุณ

ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้บริหารที่ต้องการยกระดับองค์กร

เริ่มต้นเปลี่ยนการดูแลระบบไอทีออฟฟิศของคุณตั้งแต่วันนี้ ในราคาที่คุ้มค่ากว่าสวัสดิการพนักงานประจำ

  • แพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท/เดือน ครอบคลุมการดูแลคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย พร้อมบริการรีโมทซัพพอร์ตช่วยเหลือพนักงานได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา
  • โปรโมชันพิเศษเฉพาะเดือนนี้! สำหรับ 10 บริษัทแรกที่ลงทะเบียนติดต่อเรา รับสิทธิ์บริการ IT Audit & Vulnerability Assessment (วิเคราะห์และประเมินความปลอดภัยของระบบไอทีในออฟฟิศโดยละเอียด) ฟรี! มูลค่า 5,000 บาท โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

อย่าปล่อยให้ระบบไอทีติดขัดขัดขวางการเติบโตของธุรกิจคุณ หรือทนจ่ายงบประมาณหลักหมื่นโดยไม่ได้ประสิทธิภาพที่คุ้มค่า

สนใจใช้บริการ IT Support Outsource ให้เรา IT-Hero เป็น 1 ในทางเลือกของคุณ แอดไลน์ @ithero เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลยครับ

#ithero #itsupport #itsolution #ไอทีฮีโร่ #ไอทีซัพพอร์ท #วางระบบไอที #แก้ไขปัญหาไอที  #อัพเดทไอที #อัพเดทซอฟต์แวร์ #บริการไอทีซัพพอร์ท #itservices

มีปัญหาไอที นึกถึง IT-Hero

เราคือผู้ให้บริการดูแลและแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ IT Support & MA ซึ่งเราคือตัวกลางที่จะช่วย SMEs แก้ไขปัญหาด้านไอทีแบบครบวงจร และช่วยปรับธุรกิจของคุณให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลด้วยบริการด้านไอที

ครบ จบ ทุกโซลูชั่น

  • วิเคราะห์พร้อมออกแบบระบบให้เหมาะกับธุรกิจคุณ
  • ดูแลแก้ไขปัญหาและจำหน่ายทั้ง Hardware, Software
  • ออกแบบติดตั้งระบบสายนำสัญญาณเครือข่าย Network
  • ออกแบบ Website, Application
  • ระบบ Cloud Solution
  • ระบบ ERP Implement

ติดต่องานบริการทางด้านไอที ได้ที่
Email : bds@goconnext.com
Tel. :  02-5737646
Line OA :  @ithero

#เปลี่ยนเรื่องไอทีปวดหัวให้เป็นเรื่องของเรา

ithero-itsolution-qr-code

ติดตามเราทาง Social Media ได้ที่:

#ithero #itsupport #itsolution #ดูแลระบบไอที#ไอทีฮีโร่ #ไอทีซัพพอร์ท #วางระบบไอที #แก้ไขปัญหาไอที  #อัพเดทไอที #อัพเดทซอฟต์แวร์ #บริการไอทีซัพพอร์ท #itservices #อัพเดทความปลอดภัย #ไมโครซอฟต์ #security policy #microsoft entra id #ความปลอดภัย