Skip to content
Home » แชร์ทริค ตั้งค่าการแชร์ไฟล์ Google Drive และ OneDrive ให้ปลอดภัย

แชร์ทริค ตั้งค่าการแชร์ไฟล์ Google Drive และ OneDrive ให้ปลอดภัย

IT-Hero_How to Share Google Drive & OneDrive Links Securely

ในยุคที่การทำงานออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ การแชร์ไฟล์ผ่าน Google Drive และ OneDrive เป็นสิ่งที่หลายองค์กรใช้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นใบเสนอราคา สัญญา รายงานยอดขาย ไฟล์บัญชี เอกสาร HR หรือไฟล์นำเสนอลูกค้า แต่คำถามสำคัญคือ หลังจากคุณส่งลิงก์ออกไปแล้ว คุณแน่ใจแค่ไหนว่าไฟล์นั้นจะไม่ถูกส่งต่อไปให้คนนอก หรือถูกเปิดดูหลังจากงานจบไปนานแล้ว?

หลายครั้งปัญหาความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากแฮกเกอร์เสมอไป แต่อาจเกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น ตั้งค่าลิงก์เป็นใครมีลิงก์ก็เปิดได้ ส่งลิงก์ในแชตกลุ่มที่มีคนนอก หรือไม่ได้กำหนดวันหมดอายุของลิงก์ เมื่อเวลาผ่านไป ไฟล์ที่ควรปิดการเข้าถึงกลับยังเปิดดูได้อยู่ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อข้อมูลธุรกิจโดยตรง

บทความนี้ทีมงานของเราจะพาคุณเข้าใจวิธีแชร์ไฟล์งานอย่างปลอดภัย ทั้งบน Google Drive และ OneDrive พร้อมแนวทางตั้งวันหมดอายุ รหัสผ่าน และสิทธิ์การเข้าถึงแบบเหมาะกับคนทำงานจริง

ทำไมการแชร์ลิงก์ไฟล์งานจึงเสี่ยงกว่าที่คิด

การแชร์ลิงก์ไฟล์ดูเหมือนสะดวกมาก เพียงคลิกคัดลอกลิงก์แล้วส่งต่อ แต่ความสะดวกนี้มาพร้อมความเสี่ยงหลายอย่าง โดยเฉพาะเมื่อใช้กับข้อมูลสำคัญขององค์กร

ความเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่

      • ลิงก์ถูกส่งต่อโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ลูกค้าส่งต่อให้ทีมภายนอก หรือพนักงานส่งต่อในแชตผิดห้อง
      • ตั้งค่าเป็น Anyone with the link หรือใครมีลิงก์ก็เข้าถึงได้ ทำให้ควบคุมผู้ชมไฟล์ไม่ได้
      • ลืมปิดสิทธิ์หลังจบโปรเจกต์ ไฟล์ยังถูกเปิดดู ดาวน์โหลด หรือคัดลอกได้
      • ให้สิทธิ์เกินจำเป็น เช่น ควรให้ดูอย่างเดียวแต่ดันให้แก้ไขได้
      • ไม่มีการตรวจสอบย้อนหลัง ไม่รู้ว่าใครเปิดดูหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรกับไฟล์บ้าง

สำหรับผู้ประกอบการ SME ความเสี่ยงเหล่านี้อาจกระทบทั้งความลับทางการค้า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และความสัมพันธ์กับลูกค้า ส่วนพนักงานออฟฟิศ หากแชร์ข้อมูลผิดวิธี อาจกระทบต่อความรับผิดชอบในงานและนโยบายความปลอดภัยของบริษัทได้

หลักคิดก่อนแชร์ไฟล์ Google Drive และ OneDrive

ก่อนจะไปดูขั้นตอนการตั้งค่า เราอยากให้คุณจำหลักง่าย ๆ 4 ข้อนี้ไว้เสมอ

1. แชร์ให้เฉพาะคนที่จำเป็นต้องเข้าถึง

ถ้าไฟล์เป็นข้อมูลภายใน เอกสารทางการเงิน รายชื่อลูกค้า หรือข้อมูลส่วนบุคคล ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิงก์แบบเปิดสาธารณะ และเลือกแชร์ให้เฉพาะอีเมลของผู้รับเท่านั้น วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่คนนอกจะเข้าถึงไฟล์ได้มากขึ้น

2. ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องแก้ไขไฟล์ได้ ก่อนส่งลิงก์ให้ถามตัวเองว่า ผู้รับต้องทำอะไรกับไฟล์นี้

      • ถ้าแค่ดูข้อมูล ให้ตั้งเป็น Viewer หรือ Can view
      • ถ้าต้องให้ความเห็น ให้ตั้งเป็น Commenter หรือ Can comment
      • ถ้าต้องแก้ไขจริง ๆ จึงค่อยให้สิทธิ์ Editor หรือ Can edit

การให้สิทธิ์น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเป็นแนวคิดสำคัญของความปลอดภัยไอที เรียกว่า Principle of Least Privilege

3. ตั้งวันหมดอายุให้ลิงก์หรือสิทธิ์เข้าถึง

หากเป็นงานที่มีระยะเวลาชัดเจน เช่น ส่งใบเสนอราคาให้พิจารณา 7 วัน ส่งไฟล์ให้เอเจนซีทำแคมเปญ 30 วัน หรือให้ผู้สอบบัญชีตรวจเอกสารชั่วคราว ควรกำหนดวันหมดอายุของลิงก์หรือสิทธิ์การเข้าถึงเสมอ

4. ใช้รหัสผ่านหรือการยืนยันตัวตนเมื่อเป็นไฟล์สำคัญ

สำหรับเอกสารที่มีความอ่อนไหว เช่น สัญญา เอกสารเงินเดือน เอกสารภาษี หรือไฟล์ข้อมูลลูกค้า ควรเพิ่มชั้นความปลอดภัย เช่น รหัสผ่าน ใส่รหัสให้ไฟล์ PDF/ZIP หรือใช้การแชร์แบบระบุตัวผู้รับแทนลิงก์เปิด

วิธีตั้งค่าความปลอดภัยบน Google Drive

Google Drive เป็นเครื่องมือยอดนิยมมากในองค์กรและธุรกิจ SME เพราะใช้งานง่ายและเชื่อมกับ Google Workspace ได้ดี แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าการตั้งค่าลิงก์ผิดเพียงนิดเดียว อาจทำให้ไฟล์เปิดกว้างเกินไป

วิธีแชร์ไฟล์ Google Drive ให้ปลอดภัย

ขั้นตอนพื้นฐานที่แนะนำคือ

      1. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ใน Google Drive
      2. เลือก Share หรือ แชร์
      3. ในส่วน General access ให้เลือก Restricted ถ้าไม่ต้องการให้คนที่มีลิงก์ทั่วไปเข้าถึง
      4. พิมพ์อีเมลของผู้รับโดยตรง
      5. เลือกสิทธิ์เป็น Viewer, Commenter หรือ Editor ตามความจำเป็น
      6. กด Send เพื่อส่งคำเชิญเข้าถึงไฟล์

วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการเลือก Anyone with the link เพราะระบบจะระบุได้ว่าใครมีสิทธิ์เข้าถึง และคุณสามารถถอนสิทธิ์เป็นรายบุคคลได้

วิธีตั้งวันหมดอายุใน Google Drive

สำหรับผู้ใช้ Google Workspace บางแผนและการตั้งค่าบางประเภท คุณสามารถกำหนดวันหมดอายุให้กับสิทธิ์ของผู้รับได้ โดยทั่วไปใช้งานกับการแชร์ให้บุคคลแบบระบุอีเมล ไม่ใช่ลิงก์เปิดสาธารณะ

แนวทางตั้งค่าโดยรวมคือ

      1. เปิดไฟล์ใน Google Drive
      2. คลิก Share
      3. เพิ่มอีเมลผู้รับ หรือเลือกผู้ที่มีสิทธิ์อยู่แล้ว
      4. คลิกเมนูสิทธิ์ด้านข้างชื่อผู้รับ
      5. เลือก Add expiration หรือเพิ่มวันหมดอายุ หากบัญชีของคุณรองรับ
      6. กำหนดวันที่ต้องการให้สิทธิ์หมดอายุ
      7. กด Save หรือ Done

เมื่อถึงวันที่กำหนด ผู้รับจะไม่สามารถเข้าถึงไฟล์นั้นได้อีก ช่วยลดภาระการจำกลับไปปิดสิทธิ์เอง

หมายเหตุสำคัญ: ฟีเจอร์วันหมดอายุของ Google Drive อาจแตกต่างกันตามประเภทบัญชี Google Workspace นโยบายองค์กร และสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ หากคุณไม่เห็นตัวเลือกนี้ แนะนำให้สอบถามผู้ดูแลระบบไอทีของบริษัท

Google Drive ใส่รหัสผ่านให้ลิงก์ได้ไหม?

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ Google Drive โดยปกติไม่ได้มีฟีเจอร์ใส่รหัสผ่านให้ลิงก์แชร์โดยตรงเหมือนการสร้างลิงก์พร้อมรหัสผ่านแยกต่างหาก ดังนั้นถ้าคุณต้องการ Password Protection ควรใช้วิธีเสริม เช่น

      • บีบอัดไฟล์เป็น ZIP แล้วตั้งรหัสผ่านก่อนอัปโหลด
      • แปลงเอกสารเป็น PDF แล้วตั้งรหัสผ่านเปิดไฟล์
      • แชร์แบบ Restricted และระบุอีเมลผู้รับแทน
      • ใช้ Google Workspace พร้อมนโยบายความปลอดภัย เช่น จำกัดการดาวน์โหลด พิมพ์ หรือคัดลอก
      • ส่งรหัสผ่านผ่านช่องทางอื่น เช่น โทรศัพท์ หรือแอปแชตที่ปลอดภัย ไม่ควรส่งรหัสผ่านในอีเมลเดียวกับลิงก์

วิธีนี้อาจเพิ่มขั้นตอนเล็กน้อย แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก โดยเฉพาะเมื่อแชร์เอกสารสำคัญให้ลูกค้าหรือคู่ค้า

วิธีตั้งค่าความปลอดภัยบน OneDrive

OneDrive เป็นอีกเครื่องมือยอดนิยม โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 เพราะเชื่อมกับ Word, Excel, PowerPoint, Teams และ SharePoint ได้อย่างลื่นไหล จุดเด่นคือมีตัวเลือกด้านความปลอดภัยของลิงก์ที่ค่อนข้างละเอียด โดยเฉพาะในบัญชีที่องค์กรเปิดใช้งาน

วิธีแชร์ไฟล์ OneDrive ให้ปลอดภัย

ขั้นตอนเบื้องต้นคือ

      1. เปิด OneDrive แล้วเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์
      2. คลิก Share
      3. คลิก Link settings หรือการตั้งค่าลิงก์
      4. เลือกประเภทลิงก์ เช่น Specific people, People in your organization หรือ Anyone with the link
      5. กำหนดสิทธิ์ Can view หรือ Can edit
      6. หากไม่จำเป็น ไม่ควรเปิด Allow editing
      7. กด Apply แล้วส่งลิงก์หรือระบุอีเมลผู้รับ

หากเป็นไฟล์สำคัญ ทีมงานของเราแนะนำให้เลือก Specific people เพราะผู้รับที่เปิดไฟล์ต้องเป็นคนที่คุณระบุเท่านั้น แม้ลิงก์ถูกส่งต่อ คนนอกก็ไม่สามารถเปิดได้ง่าย ๆ

วิธีตั้งวันหมดอายุของลิงก์ OneDrive

OneDrive และ SharePoint ใน Microsoft 365 มักมีตัวเลือกตั้งวันหมดอายุให้ลิงก์ได้ โดยเฉพาะลิงก์ประเภท Anyone ซึ่งขึ้นอยู่กับแผนบริการและนโยบายของผู้ดูแลระบบ

ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ

      1. คลิก Share ที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์
      2. เลือก Link settings
      3. มองหาตัวเลือก Set expiration date
      4. เลือกวันที่ต้องการให้ลิงก์หมดอายุ
      5. กด Apply
      6. คัดลอกลิงก์และส่งให้ผู้รับ

เมื่อถึงวันหมดอายุ ลิงก์นั้นจะใช้งานไม่ได้อีก ช่วยป้องกันการเข้าถึงย้อนหลังหลังจากงานเสร็จสิ้น เช่น จบโครงการ ส่งมอบงาน หรือปิดการขายแล้ว

วิธีใส่รหัสผ่านให้ลิงก์ OneDrive

ในบางบัญชี OneDrive โดยเฉพาะ Microsoft 365 Personal, Family หรือบัญชีองค์กรที่ผู้ดูแลระบบอนุญาต คุณอาจเห็นตัวเลือก Set password สำหรับลิงก์แชร์

ขั้นตอนโดยรวมคือ

      1. เลือกไฟล์ใน OneDrive
      2. คลิก Share
      3. เข้า Link settings
      4. เลือก Anyone with the link หากจำเป็นต้องใช้ลิงก์เปิด
      5. เลือก Set password
      6. ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก
      7. ตั้งวันหมดอายุร่วมด้วย หากมีตัวเลือก
      8. กด Apply แล้วส่งลิงก์ให้ผู้รับ

คำแนะนำคือ ควรส่งรหัสผ่านแยกจากลิงก์เสมอ เช่น ส่งลิงก์ทางอีเมล แต่แจ้งรหัสผ่านทางโทรศัพท์หรือแชตส่วนตัว เพื่อไม่ให้คนที่เข้าถึงอีเมลได้เห็นทั้งลิงก์และรหัสผ่านพร้อมกัน

ควรเลือก Google Drive หรือ OneDrive แบบไหนให้ปลอดภัยกว่า?

คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องมือไหนดีกว่าเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและนโยบายขององค์กร ถ้าใช้ Google Workspace ควรเน้นการแชร์แบบ Restricted ระบุผู้รับ และใช้วันหมดอายุเมื่อบัญชีรองรับ ส่วนถ้าใช้ Microsoft 365 ควรใช้ Link settings ให้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึง Expiration date และ Password protection ถ้ามีให้ใช้งาน

สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้ค่าเริ่มต้นโดยไม่ตรวจสอบ เพราะหลายครั้งค่าเริ่มต้นอาจสะดวก แต่ไม่ได้ปลอดภัยที่สุดสำหรับข้อมูลธุรกิจ

Checklist ก่อนส่งลิงก์แชร์ไฟล์งาน

ก่อนกดส่งลิงก์ให้ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือคู่ค้า ลองเช็กตามรายการนี้ทุกครั้ง

      • ไฟล์นี้มีข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
      • จำเป็นต้องแชร์เป็นลิงก์เปิดหรือสามารถระบุอีเมลผู้รับได้
      • ผู้รับต้องดูอย่างเดียว หรือจำเป็นต้องแก้ไขจริง ๆ
      • ตั้งวันหมดอายุของลิงก์หรือสิทธิ์แล้วหรือยัง
      • หากเป็นข้อมูลอ่อนไหว ได้ใส่รหัสผ่านหรือเข้ารหัสไฟล์แล้วหรือไม่
      • ส่งรหัสผ่านแยกช่องทางจากลิงก์แล้วหรือยัง
      • หลังจบงาน มีคนรับผิดชอบตรวจสอบและปิดสิทธิ์หรือไม่

ถ้าทีมของคุณใช้ Checklist นี้เป็นนิสัย จะช่วยลดความเสี่ยงจากการแชร์ไฟล์ผิดพลาดได้มาก และทำให้องค์กรมีวัฒนธรรมความปลอดภัยทางดิจิทัลที่ดีขึ้น

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

หลายองค์กรเผลอทำสิ่งเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว

      • ใช้ลิงก์ Anyone with the link กับไฟล์สำคัญ
      • ให้สิทธิ์แก้ไขกับทุกคนเพียงเพราะสะดวก
      • ส่งลิงก์และรหัสผ่านในอีเมลเดียวกัน
      • ใช้รหัสผ่านง่าย ๆ เช่น 123456, companyname2024 หรือวันเกิด
      • ไม่เคยตรวจสอบว่าไฟล์เก่ามีใครยังเข้าถึงได้บ้าง
      • แชร์โฟลเดอร์ใหญ่ทั้งโฟลเดอร์ ทั้งที่ต้องการส่งเพียงไฟล์เดียว

การแก้ปัญหาไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เปลี่ยนพฤติกรรมจากแชร์เร็วที่สุด เป็นแชร์อย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่เหมาะสม ก็ช่วยปกป้องข้อมูลของคุณได้แล้ว

แชร์ไฟล์ให้สะดวกได้ แต่ต้องควบคุมได้ด้วย

Google Drive และ OneDrive เป็นเครื่องมือทำงานที่มีประโยชน์มาก แต่ความปลอดภัยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณตั้งค่าอย่างถูกต้อง การกำหนดวันหมดอายุของลิงก์ การใส่รหัสผ่าน การแชร์แบบระบุผู้รับ และการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง คือแนวทางสำคัญที่ทุกองค์กรควรนำไปใช้

ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ SME การวางมาตรฐานการแชร์ไฟล์ตั้งแต่วันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลในอนาคต ถ้าคุณเป็นพนักงานออฟฟิศ การแชร์ไฟล์อย่างปลอดภัยช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมืออาชีพและสร้างความเชื่อมั่นให้ทีม

สนใจใช้บริการ IT Support Outsource ให้เรา IT-Hero เป็น 1 ในทางเลือกของคุณ แอดไลน์ @ithero เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลยครับ

#ithero #itsupport #itsolution #ไอทีฮีโร่ #ไอทีซัพพอร์ท #วางระบบไอที #แก้ไขปัญหาไอที  #อัพเดทไอที #อัพเดทซอฟต์แวร์ #บริการไอทีซัพพอร์ท #itservices

มีปัญหาไอที นึกถึง IT-Hero

เราคือผู้ให้บริการดูแลและแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ IT Support & MA ซึ่งเราคือตัวกลางที่จะช่วย SMEs แก้ไขปัญหาด้านไอทีแบบครบวงจร และช่วยปรับธุรกิจของคุณให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลด้วยบริการด้านไอที

ครบ จบ ทุกโซลูชั่น

  • วิเคราะห์พร้อมออกแบบระบบให้เหมาะกับธุรกิจคุณ
  • ดูแลแก้ไขปัญหาและจำหน่ายทั้ง Hardware, Software
  • ออกแบบติดตั้งระบบสายนำสัญญาณเครือข่าย Network
  • ออกแบบ Website, Application
  • ระบบ Cloud Solution
  • ระบบ ERP Implement

ติดต่องานบริการทางด้านไอที ได้ที่
Email : bds@goconnext.com
Tel. :  02-5737646
Line OA :  @ithero

#เปลี่ยนเรื่องไอทีปวดหัวให้เป็นเรื่องของเรา

ithero-itsolution-qr-code

ติดตามเราทาง Social Media ได้ที่:

#ithero #itsupport #itsolution #ดูแลระบบไอที#ไอทีฮีโร่ #ไอทีซัพพอร์ท #วางระบบไอที #แก้ไขปัญหาไอที  #อัพเดทไอที #อัพเดทซอฟต์แวร์ #บริการไอทีซัพพอร์ท #itservices #อัพเดทความปลอดภัย #ไมโครซอฟต์ #security policy #microsoft entra id #ความปลอดภัย